ยินดีต้อนรับทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ / ครับ

วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การคลังด้านรายรับ

แหล่งที่มาของเงินงบประมาณ

       ตามปกติในแต่ละปีงบประมาณ รัฐบาลจะต้องกำหนดงบประมาณขึ้น 2 วงเงิน คือ งบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่าย การประมาณการงบประมาณรายรับเป็นสิ่งสำคัญ และมีอิทธิพลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงควรมีการกำหนดงบประมาณรายรับอย่างละเอียดและรอบคอบ โดยคำนึงตัวแปรหลาย ๆ อย่างประกอบ เช่น รายได้ประชาชาติ ระบบและเวลาของการจัดเก็บภาษีอากร ภาวะเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ฯลฯ สำหรับงบประมาณรายรับ มีแหล่งที่มา ๓ แหล่ง ดังนี้

1รายได้ ประกอบด้วย

      1.1 รายได้ที่เป็นภาษีอากร (TAX REVENUE) เป็นรายได้หลักที่สำคัญที่สุดของรัฐบาล ในแต่ละปี ประเด็นแรก รัฐจะต้องพิจารณาว่า การเก็บภาษีแต่ละชนิดนั้นจะก่อให้เกิดความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีอากรมากน้อยแค่ไหน และจะก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างไร ประเด็นที่สอง ความสามารถในการเสียภาษีของประชาชน(TAX CAPACITY)  ประเด็นที่สาม ความพยายามในการจัดเก็บภาษี (TAX EFFORT) ของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม สามารถแบ่งรายได้ที่เกิดจากภาษีอากรตามลักษณะของการใช้จ่ายได้ ๒ ประเภท คือ


1.1.1 ภาษีอากรทั่วไป (GENERAL TAXES) หมายถึงภาษีอากรต่าง ๆ ที่รัฐบาลจัดเก็บ เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ภาษีการค้า อากรขาเข้า อากรขาออก เป็นต้น รายได้จากการจัดเก็บภาษีอากรดังกล่าว รัฐบาลจะนำไปใช้จ่ายในกิจการใดก็ได้ ไม่มีข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้เงิน เช่น รัฐบาลอาจจะนำรายได้จากภาษี  ที่เก็บได้ไปใช้จ่ายในด้านการป้องกันประเทศ หรือเพื่อลงทุนในทางเศรษฐกิจก็ได้

1.1.2 ภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง (EARMARKED TAXES)   หมายถึง รายได้ที่จัดเก็บได้จากภาษีชนิดนั้นจะต้องนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ เท่านั้น รัฐบาลจะนำไปใช้จ่ายในกิจการอื่นไม่ได้ เช่น การจัดเก็บพรีเมียมข้าว แต่เดิมมีลักษณะเป็นภาษีอากรทั่วไป ตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ เป็นต้นมา ได้มีกฎหมายว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ใช้บังคับ โดยกำหนดให้เงินค่าพรีเมียมที่เก็บได้จากข้าวและน้ำตาลที่ส่งออกนั้น จะต้องนำไปเข้าเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร และใช้จ่ายเงินดังกล่าวตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น เป็นต้น

         1.2 รายได้ที่มิใช่ภาษีอากร (NONTAX REVENUE)

1.2.1 รายได้จากการประกอบธุรกิจของรัฐบาล ซึ่งอาจในรูปของ  รัฐวิสาหกิจหรือในรูปของหน่วยงานอื่น ๆ รายได้ที่เกิดขึ้นในกรณีนี้ เป็นกรณีที่รัฐดำเนินการผลิตหรือจำหน่ายสินค้าและบริการต่าง ๆ แก่ประชาชนในทำนองเดียวกับการค้าของเอกชน ประชาชนจะซื้อสินค้าบริการด้วยความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ ส่วนที่ถือเป็นรายได้ของรัฐบาลนั้น ก็คือกำไรซึ่งเกิดจากการประกอบกิจการดังกล่าว โดยทั่วไปแล้วรัฐบาลจะเข้าไปประกอบธุรกิจเพื่อเหตุผลต่าง ๆ ดังนี้
1.2.1.1เพื่อดำเนินการผลิตสินค้าหรือบริการบางอย่างที่จำเป็นต่อความเป็นอยู่ของประชาชน เช่น บริการสาธารณูปโภคต่าง ๆ เป็นต้น หรือกิจการบางอย่างที่ต้องใช้เงินทุนเป็นจำนวนมาก และเอกชนไม่อยู่ในฐานะที่จะทำได้ เช่น การสร้างเขื่อนเพื่อผลิต   ไฟฟ้าโดยใช้พลังน้ำ เป็นต้น

1.2.1.2 เพื่อเป็นการให้สวัสดิการแก่ประชาชน โดยรัฐบาลเป็นผู้ผลิตสินค้า หรือบริการบางอย่างและขายให้แก่ประชาชนในราคาที่ต่ำ ซึ่งรัฐบาลไม่หวังที่จะเอากำไรหรือเอากำไรแต่น้อยในการดำเนินดังกล่าว เช่น การจัดบริการรถโดยสารประจำทาง หรือการสร้างอาคารสงเคราะห์ เป็นต้น

1.2.1.3 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการหารายได้ รัฐบาลอาจจะทำการผูกขาดการผลิตหรือจำหน่ายสินค้า และบริการบางอย่างเพื่อเป็นเครื่องมือในการหารายได้ของรัฐบาล เช่น การผูกขาดในการผลิตหรือจำหน่ายสุราและยาสูบ เป็นต้น

1.2.2 รายได้จากการบริหารงาน รายได้ประเภทนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับรายได้ที่เกิดจากการประกอบกิจการโดยรัฐ ได้แก่ ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต และค่าปรับ เป็นต้น ลักษณะการจัดเก็บรายได้มักจะเป็นไปตามหลักผลประโยชน์ (BENEFIT PRINCIPLE) ที่ผู้เสีย ค่าธรรมเนียมหรือค่าใบอนุญาตได้รับประโยชน์จากบริการบางอย่างโดยตรงจากรัฐบาล เช่นค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ หรือค่าใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ เป็นต้น สำหรับ  ในกรณีค่าปรับ ผู้เสียค่าปรับมิได้เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ แต่ต้องเสียค่าปรับ เนื่องจากเป็นผู้ละเมิด กฎระเบียบ หรือกฎหมายของสังคม

1.2.3รายได้จากการบริจาค รายได้ประเภทนี้ ถือเป็นการให้เปล่าโดยสมัครใจของผู้ให้ซึ่งอาจเป็นการบริจาคของเอกชนในประเทศหรือต่างประเทศหรือการบริจาคของรัฐบาลต่างประเทศ เช่น การบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่โรงพยาบาล โรงเรียน หรือสถานที่ราชการของรัฐบาล  เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ เป็นต้น

2การกู้ยืมหรือการก่อหนี้สาธารณะในแต่ละปี หากรัฐบาลจัดเก็บรายได้หรือมีรายรับไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้จ่ายในกิจการต่าง ๆ ของรัฐบาลตามแผนงานและโครงการที่จำเป็นและก่อให้เกิดความก้าวหน้าของประเทศ รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องหาเงินมาใช้จ่าย อาจจะโดยการใช้วิธีกู้ยืมเงินจากประชาชน หรือกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ การกู้ยืมเงินหรือการก่อหนี้สาธารณะของรัฐบาลนั้น มิได้มีลักษณะเป็นรายได้ของรัฐบาล แต่มีลักษณะเป็นการ “ใช้จ่ายก่อนแล้วเก็บภาษี ทีหลังกล่าวคือ การกู้ยืมนั้น เป็นการกู้ยืมเพื่อที่จะนำเงินมาใช้จ่าย แต่เมื่อถึงเวลาชำระหนี้ รัฐบาลก็จะต้องนำรายได้จากการเก็บภาษีอากรจากประชาชนมาชำระหนี้ ดังนั้น ในการก่อหนี้สาธารณะของรัฐบาลแต่ละครั้ง รัฐบาลจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ คำนึงถึงความคุ้มค่า ความเหมาะสมหรือสอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อภาวะเศรษฐกิจ ตลอดจนภาระในการชำระหนี้ดังกล่าว

3เงินคงคลัง คือเงินที่เก็บอยู่ในคลัง ซึ่งสะสมและได้มาจากหลายทาง อาทิ งบประมาณเหลือจ่ายจากปีงบประมาณก่อน จากการรับชำระหนี้คืน ฯล ซึ่งรัฐบาลมีสิทธินำออกมาใช้ได้ตามกฎหมายพระราชบัญญัติเงินคงคลัง แต่จะต้องไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อสภาวะ  การคลังและการเงินของประเทศ (ณรงค์  สัจพันโรจน์ ๒๕๓๖:๗๔)

สำหรับงบประมาณรายรับของประเทศไทย จะมีแหล่งที่มา 2 แหล่ง คือ แหล่งแรก ได้แก่ รายได้ซึ่งประกอบด้วย รายได้หลัก 4 ประเภท คือ รายได้จากภาษีอากรต่าง ๆ  รายได้จากการขายสิ่งของและบริการ  รายได้จากรัฐพาณิชย์ หรือรายได้จากรัฐวิสาหกิจและกิจการในเชิงพาณิชย์ของรัฐบาล และรายได้อื่น เช่น เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ และการบริจาคทรัพย์สินของประชาชน เป็นต้น แหล่งที่สอง ได้แก่ เงินกู้ โดยรัฐบาลสามารถกู้ยืมเงินจากแหล่งต่าง ๆ คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารพาณิชย์ทั่วไป และสมาคม มูลนิธิ เอกชน ซึ่งจะแสดงให้เห็นตัวอย่างตามตารางแสดงรายรับ ดังนี้

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ3 มีนาคม 2565 เวลา 11:55

    RICHMOND, Md. (WMRC) – The Casino at Harrah's in Livingston
    Harrah's Hotel & Casino is 부천 출장안마 located on the casino floor 경산 출장마사지 in Livingston, Md.. It's the 안동 출장안마 kind of casino that you're looking 김포 출장샵 for 구미 출장마사지 in Livingston.

    ตอบลบ